จากกรณีศาลทหารในเมืองย่างกุ้งมีคำพิพากษา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้นายแดเนียล เฟนสเทอร์ ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน วัย 37 ปี ซึ่งเป็นบรรณาธิการบริหารของ “ฟรอนเทียร์ เมียนมา” รับโทษจำคุกและใช้แรงงานหนักเป็นเวลา 11 ปี จากความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ เพื่อการปลุกระดม “การติดต่อกับองค์กรผิดกฎหมาย” และการละเมิดกฎหมายคนเข้าเมือง

ขณะที่นายถั่น จอ อ่อง ทนายความของเฟนสเทอร์ กล่าวว่า ลูกความของเขาถึงกับหลั่งน้ำตา หลังได้ทราบบทลงโทษ ซึ่งเป็นระยะเวลานานที่สุดสำหรับแต่ละข้อหา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ส่วนข้อหาก่อการร้ายและการปลุกระดมที่มีการสั่งฟ้องเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ยังอยู่ในขั้นตอนของการไต่สวน โดยบทลงโทษจำคุกนานสูงสุดของแต่ละข้อกล่าวหานี้ คือ “ตลอดชีวิต” ปัจจุบัน เฟนสเทอร์ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอินเส่ง ในเมืองย่างกุ้ง หลังถูกจับกุม เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

ในอีกด้านหนึ่ง นายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เฟนสเทอร์ “เป็นผู้บริสุทธิ์” ข้อกล่าวหาและการพิพากษาที่เกิดขึ้น “ไม่ยุติธรรม” รัฐบาลวอชิงตันยังคงจับตาสถานการณ์ของเฟนสเทอร์อย่างใกล้ชิด และยังคงดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อให้เฟนสเทอร์ได้รับอิสรภาพโดยเร็วที่สุด และเดินทางกลับมาพบกับครอบครัวที่สหรัฐอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ บทลงโทษที่ศาลทหารของเมียนมาตัดสินให้แก่เฟนสเทอร์ ถือว่ารุนแรงที่สุด ในบรรดาผู้สื่อข่าวที่ถูกจับกุม นับตั้งแต่ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย นำกองทัพเมียนมายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยรายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่า รัฐบาลทหารเมียนมาจับกุมผู้สื่อข่าวอย่างน้อย 126 คน ในจำนวนนี้ 47 คน ยังคงอยู่ในเรือนจำ และมีการสั่งฟ้องผู้สื่อข่าวในกลุ่มนี้แล้ว 20 คน